การทดสอบสารพิษในอาหารและการปนเปื้อนของสารพิษในอาหาร

(1/1)

sweetgang:
เป็นโครงการที่จัดทำโดยนักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนดุสิต ตอนเรียน E1 วิชาวิทยาศาสตร์ในชีวิตประจำวัน
ในชื่อโครงการ ค้นฟ้าคว้าหาสารพิษ

กระบวนการทดสอบสินค้า(อาหาร)
การตรวจหาสารบอแร็กซ์ในอาหารสด

อุปกรณ์
1. หมูสับ               
2. ลูกชิ้นปลา
3. หน่อไม้ดอง
4. ชุดทดสอบบอแร็กในอาหารของกรมวิทยาศาสตร์
การแพทย์
   4.1 ถ้วยพลาสติก
   4.2 น้ำยาทดสอบบอแร็ก
   4.3 ช้อนพลาสติก
   4.4 กระดาษขมิ้น
   4.5 หลอดหยด
5. ภาชนะ
6. มีด
7. เขียง

การทดสอบ
1. หมูสับ

ก่อนการทดสอบ
   หมูสับมีสีแดงเข้ม
ขั้นตอนการทดสอบ
   1. นำหมูสับพอประมาณใส่ลงในแก้วทดลอง
   2. นำน้ำยาตรวจใส่จนพอดีกับหมูสับ 
   3. คนให้เข้ากันจนหมูสับเปลี่ยนสีเป็นสีจาง ๆ
   4. นำกระดาษขมิ้นจุ่มลงไปประมาณครึ่งแผ่น
   5. นำกระดาษขมิ้นไปตากแดดประมาณ 10-15 นาที
   6. เมื่อกระดาษตรวจดูผลการทดสอบ
ผลการทดสอบ
   กระดาษขมิ้นของหมูสับไม่มีการเปลี่ยนแปลงของสีกระดาษขมิ้นเลย

2. ลูกชิ้น
ก่อนการทดสอบ
   ลูกชิ้นปลามีความยืดหยุ่นมาก
ขั้นตอนการทดสอบ
   1. นำลูกชิ้นปลามาหั่นเท่าไม้ขีดใส่ลงในแก้วทดลอง
   2. นำน้ำยาตรวจใส่จนพอดีกับลูกชิ้นปลา
   3. คนให้เข้ากันจน
   4. นำกระดาษขมิ้นจุ่มลงไปประมาณครึ่งแผ่น
   5. นำกระดาษขมิ้นไปตากแดดประมาณ 10-15 นาที
   6. เมื่อกระดาษแห้งตรวจดูผลการทดสอบ

ผลการทดสอบ
   กระดาษขมิ้นของลูกชิ้นปลาไม่มีการปลี่ยนแปลงของสีเลย

3. หน่อไม้ดอง
ก่อนการทดสอบ
   หน่อไม้ดองมีกลิ่นฉุนและมีสีซีด
ขั้นตอนการทดสอบ
1. นำหน่อไม้มาหั่นเท่าไม้ขีดใส่ลงในแก้วทดลอง
2. นำน้ำยาตรวจใส่จนพอดีกับหน่อไม้ดอง
3. คนให้เข้ากันจน
4. นำกระดาษขมิ้นจุ่มลงไปประมาณครึ่งแผ่น
5. นำกระดาษขมิ้นไปตากแดดประมาณ 10-15 นาที
6. เมื่อกระดาษแห้งตรวจดูผลการทดสอบ

ผลการทดสอบ
กระดาษขมิ้นของหน่อไม้ดองไม่มีการเปลี่ยนสี ซึ่งแสดงว่าไม่มีสารบอแรกซ์ปนเปื้อน

สรุปผลการทดสอบ

จากการทดสอบอาหารสดทั้ง 3 อย่าง ปรากฎว่าไม่พบสารบอแร็ก เนื่องจากกระดาษขมิ้นที่ใช้ทั้ง 3 อย่างนั้นไม่มีการเปลี่ยนแปลงของสีกระดาษขมิ้นเลย จึงสามารถรับประทานได้ ปลอดสารบอแร็ก แต่ถ้ามีการปนเปื้อนสารบอแร็กในอาหารกระดาษขมิ้นจะมีส้มจนถึงสีแดง

สารพิษที่ปนเปื้อนในอาหาร
1. สารบอแรกซ์ (Borax)
มีลักษณะเป็นผงสีขาวมีชื่ออื่นๆ อีก เช่น น้ำประสานทอง สารข้าวตอก ผงกันบูด เพ่งแซ ผงเนื้อนิ่ม สารบอแรกซ์ เป็นสารที่ใช้ในอุตสาหกรรม เช่น ทำแก้ว เพื่อทำให้ทนความร้อน เป็นสารประสานในการเชื่อมทองเป็นสารหยุดยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อราในแป้งทาตัว แต่แม่ค้ามักนำมาผสมในอาหาร เพื่อให้อาหารมีความหยุ่นกรอบ คงตัวได้นาน ไม่บูดเสียง่าย
พิษของสารบอแรกซ์เกิดได้สองกรณี
- แบบเฉียบพลัน จะมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน อุจจาระร่วง อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ หงุดหงิด ผิวหนังอักเสบ ผมร่วง
 - แบบเรื้อรัง จะมีอาการอ่อนเพลีย เบื่ออาหาร ผิวหนังแห้ง หน้าตาบวม เยื่อตาอักเสบ ตับไตอักเสบ
อาหารที่มักพบว่ามีสารบอแร็กซ์
-  หมูบด
 -  ลูกชิ้น
 -  ทอดมัน
 - หมูสด
 - เนื้อสด
 - ไส้กรอก
 - ผลไม้ดอง
 - ทับทิมกรอบ
- ลอดช่อง
2. สารกันราหรือสารกันบูด
เป็นกรดที่มีอันตรายต่อร่างกายมาก ซึ่งผู้ผลิตอาหารบางรายนำมาใส่เป็นสารกันเสียในอาหารแห้ง เพื่อป้องกันเชื้อราขึ้น
พิษของสารกันรา
เมื่อกินเข้าไปจะทำลายเซลล์ในร่างกายให้ตาย หากกินเข้าไปมากๆ จะทำลายเยื่อบุกระเพาะอาหารและลำไส้ ทำให้เป็นแผลในกระเพาะอาหารและลำไส้ได้  ความดันโลหิตต่ำ จนช็อกได้ หรือในบางรายที่กินเข้าไปไม่มากแต่แพ้ จะทำให้เป็นผื่นคันขึ้นตามตัว อาเจียน หูอื้อ มีไข้
อาหารที่มักพบว่ามีสารกันรา
น้ำผักดอง
น้ำดองผลไม้
แหนม
หมูยอ
3. สารฟอกขาว ผงซักมุ้ง หรือ สารโซเดียมไฮโดรซัลไฟต์(Sodium Hydrosulfite)
เป็นสารเคมีที่ใช้ฟอกแห อวน แต่แม่ค้าบางรายนำมาใช้ฟอกขาวในอาหาร เพื่อให้อาหารมีสีขาว ซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพ
อันตรายของสารฟอกขาว
เมื่อสัมผัสโดยตรงจะทำให้ผิวหนังอักเสบ เป็นผื่นแดง และถ้ากินเข้าไปจะทำให้เกิดอาการอักเสบในอวัยวะที่สัมผัสอาหาร เช่น ปาก ลำคอกระเพาะอาหาร เกิดอาการปวดหลัง ปวดศีรษะ อาเจียน แน่นหน้าอก หายใจไม่สะดวก ความดันโลหิตลดลง และหากกินมากอาจเสียชีวิตได้
อาหารที่มักพบว่ามีการใช้สารฟอกขาว
ถั่วงอก
ขิงฝอย
ยอดมะพร้าว
กระท้อน
หน่อไม้ดอง
น้ำตาลมะพร้าว
ทุเรียนกวน
4. สารฟอร์มาลิน(Formalin) หรือน้ำยาดองศพ
เป็นสารอันตรายที่แม่ค้าบางราย นำมาใช้ราดอาหารสดเพื่อให้ คงความสดอยู่ได้นาน ไม่บูดเน่าง่าย
อาหารที่มักตรวจพบว่ามีสารฟอร์มาลิน  ผักสดต่างๆ อาหารทะเลสด และเนื้อสัตว์สด
5.ยาฆ่าแมลงหรือสารเคมีสำหรับกำจัดแมลง
ซึ่งเกษตรกรบางคนใช้ในปริมาณมากเกินไป จนทำให้อาจตกค้างมากับผัก หรือผลไม้สด ปลาแห้ง
อันตรายจากยาฆ่าแมลง
เมื่อเรากินเข้าไปมากๆ ในครั้งเดียว จะเกิดพิษแบบเฉียบพลัน เช่น ทำให้กล้ามเนื้อสั่น กระสับกระส่ายชักกระตุก และหมดสติ หายใจขัด และอาจหยุดหายใจได้ แต่พิษที่พบมากที่สุดคือ คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเดิน เกิดสะสมในร่างกาย ทำให้เกิดโรคมะเร็งได้
อาหารที่มักตรวจพบว่ามียาฆ่าแมลง
 ผักผลไม้ต่างๆ
6. สารเร่งเนื้อแดง (ซาบูทามอล)
ในท้องตลาดผู้บริโภคเคยเห็นหมูเนื้อแดงซึ่งมีแต่เนื้อล้วนๆ ไม่มีมันเลย ซึ่งมาจากความต้องการของผู้บริดภค ที่ต้องการเนื้อแดงล้วนๆไม่มีมันเลย ผู้เลี้ยงจึงให้หมูกินสารเคมี คือ ซาลบูตามอล
ซาลบูตามอล เป็นยาสำคัญที่ใช้ในผู้ป่วยที่เป็นโรคหอบหืด ช่วยในการขยายหลอดลม และมีฤทธิ์ช่วยกระตุ้นการเต้นของหัวใจ เมื่อมีการนำสารซาลบูตามอลไปใช้เร่งเนื้อแดงในหมู โดยให้หมูกินสารนี้ เมื่อตกค้างมาถึงผู้บริโภค อาจมีผลข้างเคียงทำให้มีอาการมือสั่น กล้ามเนื้อกระตุก ปวดศีรษะ หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ กระวนกระวาย วิงเวียนศีรษะ บางรายมีอาการเป็นลม คลื่นไส้อาเจียน เป็นอันตรายมากสำหรับผู้ที่เป็นโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง ผู้ป่วยเบาหวาน หญิงมีครรภ์


Demonic007:
 งานผ่านอินเตอร์เน็ต ถูกกฏหมาย ไม่ใช่งานขาย ไม่ใช่งานรับ-ส่งอีเมล์ !!!
งานผ่านอินเตอร์เน็ต !!
ถูกกฎหมาย  ไม่ใช่งานขาย ไม่ใช่งาน รับ- ส่งอีเมล์ ครับ
ทำง่ายสามารถศึกษาข้อมูลทางอินเตอร์เน็ตอย่างระเอียดก่อนทำงาน!!
เหมาะกับแม่บ้าน,นักเรียน,นักศึกษา,คนว่างงาน,ผู้ที่ใช้อินเตอร์เน็ตบ่อยๆ
กับ Global Domain International.Inc
*แนะนำคนที่สนใจนะครับ ให้เข้าเว็บเพื่อศึกษาข้อมูลให้เยอะๆก่อนครับ
ศึกษาข้อมูลได้ที่  http://www.routerich.ws/

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ